
ชาว ok ที่ติดตามข่าวคราวและเคยมาเยี่ยมเยียนบล็อกดิฉัน คงทราบกันอยู่บ้างว่าวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่กลุ่มพวกบ้าคลั่งรุมทำร้ายพันธมิตรซึ่งกำลังเตรียมการชุมนุมโดยสงบที่ หนองประจักษ์ อุดรธานีนั้น ดิฉัน คุณหรั่ง คุณไก่ตั้งใจจะเข้าไปที่หนองประจักษ์ก่อนเวลา แต่คนขับรถตู้เลี้ยวรถผิดถึง ๒ รอบ เมื่อเราไปถึงถนนริมหนองประจักษ์ได้พบภาพการถูกรุมทำร้าย และกระทืบซ้ำ เรา ๓ คนและคณะอยู่ที่อุดรธานีจน ๓ ทุ่ม ภาวะจิตใจเต็มไปด้วยความเศร้าที่เราไม่สามารถช่วยเพื่อนๆได้ ดิฉันพยายามติดต่อผู้ใหญ่ในอุดรธานีเพื่อยับยั้งเหตุการณ์แต่ล้มเหลว ยอมรับว่าจิตใจเราบาดเจ็บค่ะ กลับมาดิฉันไม่ได้เขียนเรื่องนี้โดยตรง แต่เขียนรวมกับเรื่องมหาสารคามใน "เถื่อน... ถ่อย.... ต่อหน้าต่อตา....."เพราะอย่างที่บอก เราบอบช้ำทางจิตใจมากเหลือเกิน

ดิฉันขึ้นไปเล่าเรื่องน้องบุ๋ม(ธันยนันท์ จรัสจิรวงศ์) บนเวทีว่าเป็นน้องผู้หญิงที่ถูกกระทืบซ้ำแล้วซ้ำอีกตรงมุมตึก หลังวันเกิดเหตุไม่นานนัก ดิฉันได้ทราบจากลูกๆหลานๆที่เป็นอาสาสมัครในเต้นท์พยาบาลเล่าว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งจากอุดรธานีมาทำแผลที่เต้นท์ แผลที่หัวนั้นเละมาก ดิฉันตามหาหลายวันไม่ทราบว่าเป็นใคร จนวันหนึ่งน้องบุ๋มได้ติดต่อมา ทราบว่าน้องมานอนที่ราชดำเนินหลายวันแล้ว แรกๆน้องบุ๋มไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวตน หลายวันที่เราอยู่ด้วยกัน ดิฉันพบว่าผู้หญิงคนนี้แกร่งจริงๆ หัวยังเป็นแผลอยู่แต่เธอยิ้ม และบอกว่าเรื่องจี๊ดๆ แถมยังอาสาทำงานช่วยจุดนั้นจุดนี้มิได้ว่างเว้น ดิฉันได้พูดคุยกับน้องบุ๋ม ทราบว่าวันเกิดเหตุพวกอันธพาลหยุดกระทืบน้อง เพราะคนเหล่านั้นเข้าใจว่าน้องเสียชีวิตแล้ว เราได้ปรึกษากันหลายเรื่อง ดิฉันแนะนำว่ายิ่งเราอยู่ในที่มืด เขาจะยิ่งรังแกเรา น้องบุ๋มตัดสินใจว่า เมื่อเรื่องฟ้องร้องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงมือ ปปช.จะเดินหน้าสู้ แต่แล้วเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิดขึ้น วันนั้นยังมาไม่ถึง น้องบุ๋มก็โดนรังแกซ้ำอีกแล้วค่ะ คราวนี้ไม่ใช่สมุนอันธพาลของพวกบ้าคลั่งอำนาจ แต่น้องบุ๋มถูกผู้ใช้อำนาจรัฐรังแก น้องบุ๋มถูกรังแกซ้ำโดยผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ .......
พ.ต.ต.รุ่งศักดิ์ มหาปัญญาวงศ์ ได้แจ้งความจับนางธันยนันท์ จรัสจิรวงศ์(น้องบุ๋ม) เป็นผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายอื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส , ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ เจ้าพนักงานได้สั่งห้าม แต่ไม่ยอมเลิก และร่วมกันชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และมีผู้ได้รับอันตราย นี่คือข้อหาที่น้องบุ๋มได้รับ เป็นอย่างไรคะ พิลึกไหม จากนั้น สภ.เมืองอุดรธานี ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ให้ไปพบ พ.ต.ท.สมกฤษ จันทอง ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๐๐ น.

ยังจำได้ในวันที่นายขวัญชัย ไพรพนาและนายอุทัย แสนแก้ว ผู้ปลุกระดมกลุ่มอันธพาลให้ทำร้ายพันธมิตรอุดรธานี เดินทางไป สภ.เมืองอุดรธานีนั้น พวกเขาไม่โดนแจ้งความจับ ไม่มีข้อหาร้ายแรงใดๆเลย ไม่ต้องประกันตัว แล้วน้องบุ๋มล่ะ!!! ทำไมจึงโดนข้อหาร้ายแรงแบบนั้น ดิฉันอยากถามไปถึงผู้บังคับการตำรวจจังหวัดอุดรธานี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บ้านนี้ เมืองนี้ จะทำกันอย่างนี้ใช่ไหม Huh? พรรคพวกรัฐมนตรีทำความผิด รุมทำร้ายผู้อื่น ลอยนวล คนถูกกระทืบปางตายโดนแจ้งจับ หลักฐานกล้องวีดีโอ กล้องถ่ายภาพนับสิบตัว ที่สื่อมวลชนเผยแพร่ออกไป ยังไม่ประจักษ์ชัดใช่ไหม ว่าใครผิด ใครถูก ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็จะได้เตรียมใจสู้แบบเราๆ งานนี้ หากตำรวจคิดผิดก็คิดใหม่ซะ รีบหาหนทางกลับตัวกลับใจแต่เนิ่นๆ........ บอกไว้ก่อนนะคะ วันนั้น เดชะบุญ มีกล้องบันทึกภาพหลายตัวที่สามารถจับภาพได้ตั้งแต่ต้น เพราะช่างวีดีโอไปร่วมชุมนุมด้วย แต่ใส่เสื้อมหาวิทยาลัยราชดำเนินสีดำ เมื่อเกิดเหตุเขากลับเสื้อด้านในออกมา แล้วถ่ายเก็บภาพช่วงแรกไว้ได้
นี่แหละความพิลึกพิลั่นของตำรวจอุดรธานี เป็นการกระทำที่น่าอายยิ่งนัก และเป็นความงามหน้าที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีส่วนหนึ่งจะได้รับ คงไม่เพียงพอแล้วใวันนี้....ดิฉัน ไม่รู้ว่าจะเรียกคนเหล่านี้ว่าอย่างไร.......... ช่วยดิฉันหาคำเหมาะๆด้วย........ แล้วเช้าวันอังคารไปช่วยกันไล่รัฐบาลเผด็จการเถอะค่ะ ...................
ขอส่งความห่วงใยไปหาน้องบุ๋ม(ธันยนันท์ จรัสจิรวงศ์) ด้วยใจจริง